คุณหมอโอมาลู ผู้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการกีฬา

ถ้าพูดถึงชื่อของ คุณหมอ เบ็นเน็ต โอมาลู ขึ้นมา

บางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่
แต่ถ้าบอกว่าเขาคือคุณหมอผู้ที่วิจัยเรื่องอาการคอนคัสชั่นในกีฬาอเมริกันฟุตบอล
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง

ย้อนไปเมื่อปี 2002 แพทย์เชื้อสายไนจีเรียที่มีชื่อว่า เบ็นเน็ต โอมาลู
ซึ่งย้ายไปอาศัยที่สหรัฐอเมริกาได้ทำการชันสูตรศพ ไมค์ เว็บสเตอร์
นักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังซึ่งเสียชีวิตแบบกะทันหันในรถของเขา
ผลปรากฏออกมาว่าสมองของเขาได้รับความกระทบกระเทือน
มีความบอบช้ำอย่างหนัก ดร. โอมาลู
จึงต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียด

ผลการศึกษานั้นระบุชัดเจนว่าสาเหตุที่ เว็บสเตอร์
ต้องเป็นแบบนี้เพราะการปะทะซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่บริเวณศีรษะ
จากการเล่นอเมริกันฟุตบอลเป็นอาชีพ ซึ่งบทความของเขาก็ถูกตีพิมพ์
เพื่อกระตุ้นให้ทุกคน
รวมถึงผู้คนในวงการอเมริกันฟุตบอลหันมาใส่ใจเรื่องนี้กันให้มากขึ้น
แต่ทว่าผู้บริหารของ NFL
ซึ่งเป็นลีกอาชีพของกีฬาชนิดนี้กลับปล่อยผ่านราวกับว่ามันเป็นเรื่องไร้ความสำคั

จากนั้นมา ดร. โอมาลู
ก็พบว่ายังมีอดีตนักอเมริกันฟุตบอลที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยอาการเดียวกันนี้
อีกพอสมควร แต่ทางผู้บริหารของ NFL กลับไม่พยายามหาทางป้องกัน
เนื่องจากมองว่าการปะทะกันของนักกีฬาคือจุดขายของนักกีฬาชนิดนี้
และไม่เชื่อว่ามันจะส่งผลร้ายแรงได้ขนาดนั้น ซ้ำยังข่มขู่ ดร. โอมาลู
รวมไปถึงครอบครัวของเขา และทีมแพทย์ที่ร่วมศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม จุดยืนของ ดร. โอมาลู นั้นชัดเจนมาก
เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ โดยยืนหยัดต่อสู้กับสถาบันทรงอิทธิพลอย่าง

NFL ด้วยความเชื่อในสิ่งที่เขามองว่าถูกต้อง
ซึ่งในภายหลังแนวคิดของเขาก็ได้รับการยอมรับ ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
ถึงขั้นทางฮอลลีวู้ดต้องนำเรื่องราวชีวิตของเขามาสร้างเป็นภาพยนตร์กันเลยทีเดีย

ล่าสุด ดร. โอมาลู ได้ศึกษาเกี่ยวกับการใช้ศีรษะโหม่งบอลในกีฬาฟุตบอล
และพบว่ามันส่งผลเสียหายถึงสมองได้เช่นกันในระยะยาว
แน่นอนว่าตัวเขาเองก็ต้องการความเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้
แต่ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะว่าในหน้าประวัติศาสตร์ของกีฬาฟุตบอลนั้น
มีการใช้ศีรษะเป็นส่วนหนึ่งของเกมการแข่งขันมาอย่างช้านานอยู่แล้ว

เรื่องนี้จึงยังเป็นสิ่งที่น่าติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้ววงการฟุตบอลอาชีพจะมีคว
ามเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับกฏกติการที่ว่าด้วยการใช้ศีรษะเล่นกับบอลหรือเปล่า
เพราะบางครั้งผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มันก็ออกจะขัดกับความคิดของคนส่วน
ใหญ่อยู่ดี เป็นกรณีที่ไม่แตกต่างอะไรกับเรื่องราวอาการคอนคัสชั่นในวงการ NFL
เลย

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*