ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : เซอร์เบีย

 

หากเอ่ยถึงชื่อ เซอร์เบีย แฟนบอลรุ่นใหม่อาจไม่ซึ้งหรือคุ้นเคยกับความเก่งกาจของพวกเขา หากแต่เรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปในอดีต นี่คือหนึ่งในชาติที่แข็งแกร่งและมีสไตล์ฟุตบอลอันเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด นามว่า ยูโกสลาเวีย

ซึ่งภายใต้ชื่อ “ยูโกสลาเวีย” ประเทศแห่งนี้ถือเป็นขาประจำของฟุตบอลโลก และเคยไปไกลที่สุดถึงอันดับ 4 พร้อมทั้งฝากยอดดาวเตะอย่าง เปแดร็ก มิยาโตวิช, ซินิซ่า มิไฮโลวิช, เดยัน สแตนควิช, เดยัน ซาวิเซวิช และใครอีกหลายคนไว้ในสารบบลูกหนัง

ดังนั้น แม้ปัจจุบัน ยูโกสลาเวีย จะแตกออกเป็นสองประเทศ และเหลือเพียงชื่อใหม่อย่าง เซอร์เบีย พร้อมทักษะเชิงลูกหนังที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนในอดีต ทว่าหากเปรียบเทียบกับหลายชาติในวงการลูกหนังโลก พวกเขาก็ยังคงเป็นเบอร์ต้นๆ ไม่เสื่อมคลาย

 

ก่อนจะถึงรัสเซีย

ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 โซนยุโรป พลพรรค “อินทรีขาว” จับสลากมาอยู่กลุ่ม ดี ร่วมกับ ไอร์แลนด์, เวลส์, ออสเตรีย, จอร์เจีย และ มอลโดวา ซึ่งค่อนข้างมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน และไม่ถือเป็นงานที่ยากมากนัก

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ท้ายที่สุด เซอร์เบีย จะตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม โดยแพ้เพียงเกมเดียวตลอด 10 นัด พร้อมการแจ้งเกิดของหัวหอกตัวใหม่นามว่า อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช

อย่างไรก็ตาม การจากไปกุนซือจอมแท็คติก สลาโวลยุป มุสลิน ที่มีปัญหาการเมือง ทำให้ สมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย ต้องดันอดีตปราการหลังทีมชาติอย่าง มลาเดน เคิร์สตายิช ขึ้นมารับเผือกร้อน โดยมีเป้าหมายในการกรุยทางเข้าสู่รอบน็อกเอาท์

 

บทสรุปที่รัสเซีย

ศึกฟุตบอลโลก 2018 เซอร์เบีย จับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม อี กับ บราซิล, สวิตเซอร์แลนด์ และ คอสตาริกา ซึ่งถือว่าหนักเอาเรื่อง เพราะหากวัดการตามชื่อชั้นและศักยภาพแล้ว พวกเขาดูจะยังเป็นรอง บราซิล กับ สวิตเซอร์แลนด์ อยู่

อย่างไรก็ตาม การออกสตาร์ตด้วยชัยชนะเหนือ คอสตาริกา ตามเป้า ขณะที่ บราซิล ทำได้แค่เสมอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ เซอร์เบีย เริ่มมีความหวังกับการผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ เนื่องจากสถานการณ์เวลานั้นพวกเขาคือจ่าฝูง

ทว่าท้ายที่สุด แม้ เซอร์เบีย จะทำผลงานได้น่าประทับใจในเกมกับ สวิตเซอร์แลนด์ และ บราซิล แต่พวกเขาก็ถูกจดจำในฐานะผู้แพ้ และต้องเก็บข้าวของกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว เบ็ดเสร็จเก็บได้ 3 คะแนน จากการลงสนาม 3 นัด

 

อนาคตต่อจากนี้

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจากฟอร์มที่ค่อนข้างดูดีมีอนาคตของ มลาเดน เคิร์สตายิช ทาง สมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย จึงตัดสินใจที่จะให้เทรนเนอร์วัย 44 กะรัต รับหน้าที่ต่อ โดยมีศึกชิแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 รออยู่

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ เคิร์สตายิช ควรเป็นกังวลคือแนวรับของทีม เนื่องจาก วลาดิเมียร์ สตอยโควิช, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ดุสโก้ โทซิช หรือแม้แต่ อันโตนิโอ รูคาวิน่า เตรียมโบกมืออำลาทีมในไม่ช้า และคงต้องรอดูว่าใครจะก้าวมาแทนที่พวกเขาได้ดีมากน้อยแค่ไหน

 

ตัดเกรด : ล้มเหลว

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*